จารึกที่ฐานพระพุทธรูป (Buddha Inscription)

บทความนี้เป็นบทความสำหรับผู้สนใจศึกษาหาความรู้ในการประเมินอายุพระบูชา โดยใช้วิธีที่แตกต่างออกไปอีกแบบหนึ่ง การประเมินโดยใช้วิธีนี้เป็นการประเมินโดยใช้การแปลความหมาย โดยสิ่งที่ได้รับจากการแปลความหมายนั้นสามารถบ่งบอกได้อย่างละเอียดถึง ช่วงเวลาเดือน และปีที่สร้าง เพียงแต่บทความนี้เป็นบทความที่เขียนลักษณะการศึกษาจารึกโดยกว้าง ๆ เท่านั้น ในกรณีที่ต้องการทราบรายละเอียดการอ่านจารึก ผู้ศึกษาจำเป็นที่จะต้องศึกษาเพิ่มเติมจากหนังสือ เอกสาร เว็บเพจ อื่น ๆ ประกอบด้วย

วิธีพื้นฐาน

โดยพื้นฐานแล้ว วิธีการตรวจสอบความเก่าแก่ของพระแต่ละองค์ ถูกสร้างขึ้นในยุคสมัยใดนั้น สามารถใช้หลักพื้นฐานในการตรวจสอบได้จากการดูศิลป์ของพระเจ้าแต่ละองค์ เริ่มตั้งแต่พิจารณาพระพักตร์ มีลักษณะกลม รี หรือคล้ายรูปเหลี่ยม สามารถบ่งบอกได้ถึงการรับเอาวัฒนธรรมการสร้างพระเจ้ามาจากดินแดนแห่งใด เมื่อพิจารณาเม็ดพระศกทั้ง เล็กและใหญ่ เส้นสังฆาฏิด้านหน้ายาวเท่าใด ด้านหลังสั้นหรือยาว จนถึงฐานพระเจ้า นอกจากข้อที่ได้กล่าวมาแล้ว ผู้เชี่ยวชาญบางท่านแนะนำว่าต้องดูที่ดินใต้ฐานพระบูชา หรือพิจารณาจากผิวโลหะที่ผุกร่อนจากการเกาะของสนิม โดยต้องดูศิลป์ทุกอย่างประกอบกัน แล้วจึงสามารถประเมินว่าเป็นศิลปะสมัยใด น่าจะมีอายุประมาณพุทธศักราชที่เท่าไหร่ โดยสามารถประมาณได้เพียงคร่าว ๆ เท่านั้น

แต่วิธีการที่ผมจะได้เพิ่มเติมให้กับท่านผู้อ่านก็คือ การอ่านอายุของพระเจ้าองค์นั้น ๆ จากตัวอักษรที่จารึกบริเวณฐานพระพุทธรูปซึ่งโดยมากแล้วมักจะมีการบันทึกไว้บริเวณฐานพระเจ้าไม้ ซึ่งสามารถพบเห็นได้เป็นจำนวนมาก ส่วนพระเจ้าสำริดนั้น พบเห็นบ้างแต่มีอยู่ไม่มากนัก โดยบทความนี้ไม่ได้เป็นบทความที่สอนการอ่านจารึกโบราณ เนื่องจากมีความซับซ้อนมาก บทความนี้เป็นเพียงบทความที่แนะนำแนวทางการศึกษา หนังสือหรือเว็บที่จะสามารถใช้ค้นหาข้อมูลได้ จะต้องเริ่มต้นศึกษาอย่างไร อีกทั้งยังมีตัวอย่างจารึกของพระเจ้าองค์ต่าง ๆ ที่พอจะรวบรวมรูปภาพจากที่ต่างๆ ได้

ลักษณะการจารึก

จารึกต่าง ๆ บริเวณฐานพระเจ้าไม้ และสำริด และวัสดุอื่น ของพระพุทธรูปแบบเชียงแสนล้านนา โดยทั่วไปที่พบเห็นแล้วสามารถแบ่งได้ 2 ลักษณะอักษร ได้แก่

1) อักษรล้านนา หรืออักษรธรรมล้านนา แต่ชื่อที่คนล้านนาไปทั่วไปนิยมเรียกคือชื่อ "ตัวเมือง" โดยอักษรที่มีความเก่าแก่มากที่สุด ที่เคยมีการค้นพบมีอายุราวต้นพุทธศตวรรษที่ 20 ชาวล้านนาใช้ตัวอักษรธรรมล้านนาจารลงบนใบลาน ซึ่งโดยมากเป็นคัมภีร์ทางพุทธศาสนา หรือเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนาพุทธ เช่น จารึกที่ฐานพระเจ้าไม้เป็นส่วนใหญ่ อายุราว พุทธศตวรรษที่ 23 - ต้นพุทธศตวรรษที่ 25 มีทั้งจารึกเป็นข้อความสั้น ๆ และยาวหลายบรรทัด โดยความยาวของอักขรจารึกที่ฐานพระเจ้า ขึ้นอยู่กับความรู้ ความเชี่ยวชาญของผู้เขียนจารึก อีกทั้งการใช้คำบรรยายถึงการสร้างพระเจ้า เพื่อบำรุงศาสนา ก็ขึ้นอยู่กับผู้เขียนจารึกในพื้นที่ต่างๆ ด้วย จากการอ่านจารึกฐานพระเจ้าองค์ต่าง ๆ ส่วนใหญ่ประกอบด้วย

ปีที่สร้างพระพุทธรูป

ส่วนมากเป็น "จุลศักราช" มีบ้างที่เป็น "มหาศักราช"

ปีล้านนา

ประกอบด้วยปีพื้นเมือง ข้างขึ้น ข้างแรม เดือน

ชื่อเจ้าศรัทธาผู้สร้าง

ในกรณีที่เป็นพระองค์สำคัญ จะมีการจารึกชื่อเจ้าเมือง ข้าหลวง
รองลงมาเป็น พระสงฆ์ สุดท้ายเป็นชาวบ้านทั่วไป โดยอาจเพิ่มเติมภรรยา พ่อ แม่ พี่ น้อง หลาน เหลน ซึ่งอาจเขียนในรูปที่ผิดเพี้ยนไปบ้าง ตามลักษณะการเขียน และความรู้ของผู้เขียน

คำบรรยายเรื่องการบำรุงศาสนา

โดยส่วนใหญ่แล้วมักเขียนว่า "สร้างไว้เพื่อค้ำชูศาสนา ตราบ 5000 ปี"

บทสวดมนต์

บทสวดมนต์ส่วนใหญ่มักปรากฏบริเวณประโยคแรกของการจารึก หรืออาจปรากฏบริเวณประโยคสุดท้ายของจารึกก็ได้

2) อักษรไทยฝักขาม เป็นการนำเอาอักษรธรรมล้านนามาผสมเข้ากับอักษรสุโขทัย ทำให้เกิดอักษรใหม่ที่ชื่อ "อักษรฝักขาม" ซึ่งใช้บัทึกลงบนแผ่นศิลาจารึก หรือแผ่นโลหะ ฯลฯ ดังจะสามารถเห็นได้จารึกต่าง ๆ ที่พบบริเวณฐานพระเจ้าองค์ต่าง ๆ จากการสืบค้นจารึกต่างๆ สามารถบอกได้ว่าอักษรฝักขามมีอายุการใช้ราวพุทศตวรรษที่ 20 - 24 ซึ่งรวมระยะเวลาทั้งหมด 416 ปี นับตั้งแต่มีการเริ่มใช้อักษรฝักขาม จะพบว่ามีการใช้กันอย่างแพร่หลายในปี พ.ศ. 2000 - 2099 แต่หลังจากนั้นก็ค่อย ๆ ลดความนิยมลง โดยสามารถสันนิษฐานได้จากการใช้อักษรธรรมล้านนาที่ได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากเป็นอักษรที่ใช้เขียนพระธรรมคัมภีร์ทางพุทธศาสนา และอาณาจักรล้านนาเปนเมืองขึ้นของพม่าทั้งหมด 179 ปี และหลังจากนั้นก็เป็นประเทศราชของกรุงรัตนโกสินทร์ ในสมัยพระเจ้ากาวิละ พ.ศ. 2324 - พ.ศ. 2358 จึงทำให้ต้องเรียนรู้อักษรไทยภาคกลางด้วย ดั้งนั้นความจำเป็นต้องใช้อักษรฝักขามจึงหมดไป

ในบทความนี้ได้แสดงตัวอย่างการจารึกอักษรล้านนาที่ฐานพระเจ้าไม้ ส่วนการจารึกบนวัสดุอื่น ๆ นอกเหนือจากการจารึกที่ฐานพระเจ้าไม้ เท่าที่สำรวจพบได้แก่ (สามารถคลิ้กที่หัวข้อเพื่อชมรายละเอียดได้)

กล่าวถึงรูปภาพในบทความนี้: ภาพจารึกที่ฐานพระเจ้าทั้งหมดเป็นภาพที่ผู้เขียนได้รวบรวมจากจากแหล่งต่าง ๆ มากมาย เช่น นักสะสมท่านต่าง ๆ ภาพพระเจ้าบางองค์จากงานประกวดพระเครื่องพระบูชา และผู้ไม่ประสงค์ออกนามอีกหลายท่าน

ถึงผู้อ่านทุกท่าน: อักษรจารึกโบราณทั้งหมดนี้ ทางผู้เขียนสามารถอ่านได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น ยังไม่มีความชำนาญมากนัก ถ้ามีข้อผิดพลาดประการใดต้องขออภัยท่านผู้อ่านที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกันด้วย

เรื่องเล่าสู่กันฟังว่าด้วยเรื่องของจารึก: เมื่อช่วง 2 - 3 เดือนที่ผ่านมาผู้เขียนได้มีโอกาสดูนิตยสารเกี่ยวกับพระเครื่องพระบูชาเล่มหนึ่ง ที่ใช้ชื่อคล้าย ๆ คำว่า "แนวทาง" ส่วนเป็นฉบับที่เท่าใดนั้น ขอไม่ระบุก็แล้วกันครับ ผู้เขียนได้เห็นพระบูชาองค์หนึ่ง ที่หนังสือเล่มนั้นได้ลงไว้ที่หน้าปกหนังสือ เป็นพระเจ้าศิลปะเชียงแสน-เชียงใหม่ ปางยืน ผิวขัด สูงกว่า 2 ไม้บรรทัด "ด้วยความเคารพทั้งเจ้าของหนังสือ และเจ้าของพระนะครับ ขอให้ความเห็นนิดนึงว่า ครั้งแรกที่ได้เห็นหนังสือเล่มนี้ พอเห็นรูปพระแล้ว คิดในใจว่า พระองค์นี้แปลก ๆ อายุจะถึงเชียงแสนหรือ พอเห็นว่าที่ฐานพระมีเขียนอักษรธรรมล้านนาก็เลยลองอ่านดู สามารถอ่านได้ว่า "พุทธศักราชได้ 2471 ศรัทธา" อ้าวอายุไม่ถึงรอยปี ก็พระรัชกาลนั่นเอง นี่คือที่สามารถอ่านได้จากหน้าปกครับ ลองคิดดูอายุพระเจ้าองค์นี้ 2548 - 2471 = 77 ปีครับ จริง ๆ เจ้าของพระเค้าน่าจะขอให้ผู้มีความรู้ได้อ่านก่อนที่จะนำมาลงไว้ในนิตยสารเล่มนี้นะครับ จบ.

 

 

 

 

 

ตัวอย่างการจารึกที่ฐานพระพุทธรูปไม้แกะ

จารึกฐานพระเจ้าไม้นั่ง: โดยใช้วิธีการใช้ชาดสีแดง เขียนจารึก แต่ไม่มีการบอกปีที่สร้างพระพุทธรูป เขียนจารึกเฉพาะด้านหลังของฐานพระเจ้าไม้เท่านั้น

คำจารึกคร่าว ๆ ของพระเจ้าองค์ด้านขวาจารึกไว้ว่า:
บรรทัดแรกกล่าวถึง พุทธเจ้าองค์นี้
ส่วนบรรทัดต่อไป กล่าวถึงเจ้าศรัทธา และลูกเต้าทั้งหลาย
สองบรรทัดสุดท้ายกล่าวถึง: บทสวดมนต์ทิ้งท้าย

 

จารึกฐานพระพุทธรูปนั่ง ลวดลายน้ำทอง สวยงาม น่าจะถูกจารึกด้วยเครื่องมือแกะไม้มาก่อน หลังจากนั้นจึงได้บูรณะและปิดทองเป็นลวดลายในภายหลัง ปีจุลศักราชน่าจะเท่ากับปี 1222 หรือเท่ากับปีพ.ศ. 2403

พระเจ้าไม้องค์ขนาดเล็ก ทำฐานเป็นชั้น พร้อมจารึกการสร้าง และปีที่สร้าง อ่านได้ จุลศักราชที่ 1219 เท่ากับพ.ศ. 2400

 

 

 
จารึกที่ฐานพระพุทธรูปยืน จุลศักราชที่ 1263 หรือ พ.ศ. 2444

 

พระเจ้าองค์นี้มีจารึกที่ฐานพระที่ชัดเจนมาก อ่านง่าย โดยสามารถอ่านได้ว่า จุลศักราชที่ 1274 ปีใจ้(ปีหนู) เดือน 5 แรม 9 ค่ำ
พระเจ้าองค์นี้มีจารึกที่ฐานพระที่ชัดเจนมาก อ่านง่าย โดยสามารถอ่านได้ว่า จุลศักราชที่ 1274 ปีใจ้(ปีหนู) เดือน 5 แรม 9 ค่ำ

 

จุลศักราช 1273 เท่ากับ พุทธศักราช 2454 พระเจ้าองค์นี้ได้ทำการจารเครื่องหมายรูปที่จุดเริ่มเริ่มต้นประโยคด้วย

 

 

 

อ่านได้จุลศักราช 1253 = พุทธศักราช 2434 พระเจ้าไม้ทารักปิดทององค์นี้มีการตกแต่งฐานด้วยลวดลาย โดยการปิดทองเป็นรูปสามเหลี่ยมทั้งบนและล่าง

 

 

จารึกที่ฐานพระบัวเข็มไม้แกะเก่า

 

 

อ่านปีที่สร้างได้ว่าจุลศักราชได้ 1252 = พุทธศักราช 2433

 

 

อ่านปีที่สร้างได้ว่าจุลศักราชได้ 1217 = พุทธศักราช 2398

 

จารึกที่ฐานพระเจ้าไม้ไม่ชัดเจน เนื่องจากจารลงบนแผ่นฐานไม้ แต่รักทองที่เคยมีอยู่หลุดร่อนไปเกือบหมดแล้ว

 

พระเจ้าไม้ศิลป์พื้นบ้านองค์นี้มีจารึกที่ฐาน แต่หลุดร่อนมากแล้ว เหลือให้เห็นแต่ร่องรอยจาง ๆ เท่านั้น

 

 

 

อ่านปีที่สร้างได้ว่าจุลศักราชได้ 1176 พระเจ้าไม้องค์นี้ผู้สร้างได้ทารักไว้ค่อนข้างหนา ทำให้ผิวที่ปิดทองไม่เรียบร้อยนัก เนื่องจากมีรอยย่นของรักในหลาย ๆ จุด

 

Back to Mainpage