|
ศิลปะแบบบันทายสรี (Bantaey Srei)
ราวพุทธศตวรรษที่ 1510 - 1550
|
ศิลปะแบบบันทายสรีนับเป็นศิลปะที่มีความยุ่งยากที่สุดแบบหนึ่งในศิลปะขอม
คือมีทั้งแบบที่รักษาศิลปะแบบเกาะแกร์ไว้ทั้ง 2 แบบ คือแบบที่มีขอบผ้าพับย้อนออกมาที่หน้าท้อง
และแบบที่มีชายพกอยู่เหนือต้นขาด้านซ้าย นอกจากนี้ยังมีบางแบบที่ย้อนกลับไปใช้เครื่องแต่งตัวแบบเรียบ
แต่ไม่เป็นริ้วแบบสมัยโบราณ สำหรับเครื่องแต่งกายที่มีริ้วจะใช้สำหรับรูปเทวดาที่สำคัญ
ส่วนเครื่องแต่งกายแบบไม่มีริ้วมักใช้กับบุคคลชั้นรองตามซุ้มต่าง ๆ บริเวณปราสาท
|
แสดงรูป Simha มีหัวเป็นสิงห์ มีแขน 4 ข้าง
|
ทวารบาล (Gatekeeper) ปราสาทบันทายสรี
|
|
|
|
ภาพสลักตอนพระภีมะกำลังรบกับพระทุรโยธน์ บนหน้าบันประตู
ซุ้มปราสาทบันทายสรี ศิลปะแบบบันทายสรี
|
ในตอนปลายของศิลปะแบบบันทายสรี รูปเทวดาที่สำคัญได้หันมาทำขึ้นแบบมีเอกลักษณ์ตมความงามของแบบบันทายสรีเอง
ภาพบุคคลชั้นรองก็นุ่งเครื่องแต่งกายมีริ้วตามประเพณีผสมกับความงามแบบใหม่
โดยศิลปะการแต่งกายแบบบัทายสรีตอนปลายนี้เป็นต้นเค้าของการแต่งกายแบบบาปวนในสมัยต่อมา
พระพุทธรูปเริ่มกลับมีขึ้นอีกในราวตอนปลายของศิลปะแบบเกาะแกร์ แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของศาสนาพราหมณ์ที่เข้ามาในช่วงนั้น
พระมัสสุสั้น พระเกศาเป็นแบบขมวดแสดงถึงความไม่เข้าใจในการสร้างพระพุทธรูปที่มีมาแต่เดิม
|
เทวรูปบุรุษ หิน ศิลปะเขมรแบบบันทายสรี-ต้นบาปวน
(Hindu God, Stone, Bantaey Srei with Early Baphoun Style)
|
Ref: เรื่องจากหนังสือศิลปะขอม, พิมพ์ครั้งที่ 1 พ.ศ.
2539, หม่อมเจ้า สุภัทรดิศ ดิศกุล
ภาพ: "Angkor" Splendors of the Khmer Civilization
and Thai Collection book.
|
|
|