การสถาปณาอาณาจักรล้านนาแบ่งได้เป็น 5 ยุคสมัย ดังนี้
1. ยุคสถาปณาอาณาจักรล้านนา
อายุราวพุทธศตวรรษที่ 19
นับได้ว่าเป็นยุคเรื่องต้นของงานศิลปะกรมล้านนา โดยอารยธรรมส่วนใหญ่ได้ถูกส่งต่อมาจากอาณาจัรหริภูญไชย
ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางศาสนามาก่อน หลังจากนั้นพระยามังรายได้สถาปณา นพบุรีศรีนครพิงค์
(จังหวัดเชียงใหม่) ขึ้นเป็นราชธานี
ดังนั้น ในยุคแรกจึงได้มีการรับเอาศิลปะหริภูญไชยมาบางส่วน อีกทั้งยังได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะพม่าแบบพุกาม
ซึ่งเจริญรุ่งเรืองอยู่ที่ประเทศพม่าในขณะนั้น เริ่มจากพญามังรายได้ยกทัพไปยังอาณาจักรพุกาม
และได้ขอช่างฝีมือในด้านต่าง ๆ เพื่อมาช่วยฝึกฝนความชำนาญให้แก่ช่างล้านนา
ดังจะเห็นได้จากปูนปั้น ดินเผาแบบพุกาม รวมไปถึงศิลปะอินเดีย แบบปาละ ที่ผ่านศิลปะแบบพุกามเข้ามามีอิทธิพลกับศิลปะแบบล้านนา
ในยุคแรก ๆ ดังตัวอย่างที่เห็นทั่วไปคือพระพุทธรูปแบบสิงห์หนึ่ง เป็นต้น
2. ยุคตื่นตัวทางศาสนา
อายุราวปลายพุทธศตวรรษที่ 19 - ปลายพุทธศตวรรษที่ 20
อาณาจักรล้านนาเริ่มเป็นปึกแผ่นมั่นคงมากขึ้น โดยในระยะแรกๆ ศิลปะกรรมในอาณาจักรล้านนาได้รับการสืบทอดมาจากอาณาจักรหริภูญไชย
จนกระทั่งต้นพุทธศตวรรษที่ 20 ได้มีการรับเอาอิทธิพลจากอาณาจักรสุโขทัย
และพุทธศาสนาตามลังกาคติ เข้ามาผสมผสานในการสร้างงานศิลปกรรมต่างๆ
รูปแบบของศิลปะกรรมในยุคนี้ จะรับเอาศิลปะแบบสุโขทัยเข้ามาเพื่อผสมผสานกัน
ดังที่ได้เห็นจากพระพุทธรูป ซึ่งสร้างขึ้นโดยเกิดจากการนำเอาศิลปะทั้ง
2 แขนงมาผสมกัน ตัวอย่างของการผสมผสานสามารถเห็นได้จากส่วนของพระวรกาย
เช่นพระพักตร์เป็นรูปไข่ เม็ดพระศกเล็ก การนั่งอ่อนช้อย การนั่งขัดสมาธิราบเป็นส่วนใหญ่
พระพุทธรูปสมัยเชียงแสนได้ถือกำเนิดขึ้นทางภาคเหนือของประเทศไทย
คือที่เมืองเชียงแสนเก่า (ปัจจุบันเป็นอำเภาหนึ่งในจังหวัดเชียงราย) ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง
ตรงข้ามกับอาณาจักรลาว ได้มีการพบพระพุทธรูปที่เชียงแสนมากที่สุด จึงได้มีนามว่า
พระพุทธรูปเชียงแสน ซึ่งได้ถือเอานามนี้ อันมีนิมิตหมายถึง ความรุ่งเรืองมั่งคั่งด้วยโภคทรัพย์
ประกอบกับพระพุทธรูปยังมีความงดงามเป็นยอดแบบหนึ่งของช่างสกุลไทยแต่โบราณอีกด้วย
พระพุทธรูปเชียงแสน ได้รับอิทธิพลมาจากพระพุทธรูปอินเดียแบบปาละ (ช่วงพุทธศตวรรษที่
14 - 16) โดยได้รับอิทธิพลโดยตรง หรือผ่านมาทาง พม่า - ชวา โดยการติดต่อค้าขาย
ยังไม่เป็นที่แน่ชัด
นักวิชาการบางกลุ่มอ้างว่า พระบูชาสมัยเชียงแสนได้รับอิทธิพลมาจากพระพุทณรูปอินเดียแบบคุปตะ
ซึ่งเป็นยุคเดียวกับสมัยศรีวิชัยในเกาะชวา อันเป็นประเทศอินโดนีเซีย
โดยพระพุทธรูปในยุคคุปตะ ส่วนมากจะทำด้วยศิลาจึงไม่สามารถที่จะแสดงออกถึงความนุ่มนวลอ่อนไหวของศิลปะได้อย่างเต็มท
ี่เมื่อเปรียบเทียบกับการปั้นหุ่นขี้ผึ้ง ตามกรรมวิธีการหล่อพระพุทธรูปด้วยโลหะได้