เที่ยวเวียงจันทน์ ประเทศ สปป. ลาว

เรื่องการท่องเที่ยวประเทศ สปป. ลาว นครเวียงจันทน์

เนื่องจากผมได้มีโอกาสไปเที่ยวประเทศลาว โดยเข้าทางช่องทางหนองคาย เพื่อไปเที่ยวเวียงจันทน์ เมืองหลวงของประเทศลาว เป็นการเข้าไปท่องเที่ยวเป็นครั้งที่ 2 โดยจริง ๆ แล้วมีจุดประสงค์เพื่อเข้าไปเที่ยวชมความงดงามของโบราณสถาน วัดต่าง ๆ ที่เป็นวัดสำคัญในเวียงจันทน์ จุดประสงค์เพื่อการเก็บรายละเอียดเพิ่มเติมจากครั้งที่แล้ว โดยมีโปรแกรมการเดินทางดังต่อไปนี้

เริ่มออกเดินทางจาก จังหวัดเชียงใหม่ เวลา 0:00 น ของวันที่ 6 เมษายน 2548 เดินทางมุ่งตรงสู่หนองคาย ถึงที่ด่านข้ามฟากเวลา 9:30 น . ทางที่ใช้เดินทางค่อนข้างเปลี่ยวไปหน่อยเนื่องจากเป็นเวลากลางคืน ถนนส่วนใหญ่เป็นถนน 2 ช่องทาง

ผมได้เตรียมพาสปอร์ตไปด้วย จึงสามารถไปกรอกไปคำร้องเพื่อขอผ่านแดนได้ที่ช่องผ่านแดนได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาไปขอบัตรผ่านแดนชั่วคราว สำหรับผู้ที่ใช้พาสปอร์ต สามารถอยู่ในประเทศลาวได้ถึง 30 วัน เดินทางไปยังเมืองต่าง ๆ ได้ แต่ผู้ที่ใช้บัตรผ่านแดนชั่วคราวสามารถอยู่ได้เฉพาะเขตกำแพงพระนครเท่านั้น มีระยะเวลา 3 วัน 2 คืน ซึ่งการนำพาสปอร์ตติดตัวไปด้วยจะทำให้ได้รับความสะดวกสบายมากกว่า เนื่องจากสามารถเดินทางไปที่ไหนก็ได้

 

วันที่ 6 เมษายน 2548

เดินทางถึงเวียงจันทน์ในเวลาเที่ยงวัน Check in เข้าพักที่โรงแรมอนุ ราคาค่าที่พักคืนละประมาณ 850 บาท เมื่อคำนวณเป็นเงินไทย โรงแรมอนุเป็นโรงแรมเก่า อยู่บริเวณใจกลางย่านธุรกิจของเวียงจันทน์ ขนาดของห้องไม่ใหญ่นัก อยู่ในราคาระดับเดียวกันกับโรงแรมในประเทศไทย แต่ถ้าจะหาห้องที่มีราคาถูกกว่าต้องพักที่ “ เรือนพัก ” ซึ่งมีลักษณะเดียวกันกับ เกสต์เฮาส์ ในประเทศไทย ราคาตั้งแต่ 200 – 600 บาท ขึ้นอยู่กับความสะดวกสบาย หลังจากเข้าที่พักแล้ว ก็เดินไปกินอาหารเที่ยงแบบ Buffet ที่ร้าน ” ขอบใจเด้อ ” อยู่ใกล้กับน้ำพุ ร้านนี้เป็นร้านที่มีชื่อเสียงของเวียงจันทน์ ถามใครใครก็รู้จัก ราคาอาหารกลางวันในเวียงจันทน์ส่วนใหญ่จะมีราคาแพง คือตั้งแต่ 30 – 40 บาท เทียบกับเมืองไทยก็สูสีกันแต่จะแพงกว่านิดหน่อย หลังจากกินอาหารเที่ยงเสร็จเรียบร้อยแล้ว เป้าหมายแรกคือ เดินทางไปซื้อของที่ตลาดเซ้า ( ตลาดเช้า ) เป็นตลาดขนาดใหญ่ ขายเครื่องใช้ ของที่ระลึก เครื่องไฟฟ้า เครื่องประดับ ฯลฯ ใช้เวลาเดินกันอยู่ 2 ชั่วโมงก็กลับไปพักผ่อนที่โรงแรม

วันที่ 7 เมษายน 2548

วันแห่งการเยี่ยมชม โบราณสถาน และวัดต่าง ๆ โดยผมพุ่งเป้าไปยัง “ วัดสีสะเกด ” วัดที่ได้มีโอกาสเยี่ยมชมครั้งที่ไปเที่ยวเวียงจันทน์ครั้งแรก โดยต้องการเก็บภาพพระส่วนใหญ่ ที่ประดิษฐานอยู่รอบโบสถ์ วัดนี้ทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นไปกับการเที่ยวชมมาก พระพุทธรูปขนาดใหญ่ ๆ เท่าคน ซึงมีจำนวนกว่า 50 องค์ เป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่จะพลาดไม่ได้เลย มีทั้งศิลปะลาวแบบแท้ๆ และศิลปะแบบลาวที่ได้รับอิทธิพลจากทั้งเชียงแสน สุโขทัย และอยุธยา มีประโยชน์สำหรับการศึกษาศิลปะลาวมาก ๆ ครับ

โบราณสถานแห่งต่อไปที่เข้าไปชมคือ “ หอพระแก้ว ” เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าไปชม เป็นอีกจุดหนึ่งที่น่าจะหาโอกาสเข้าไปชมมากๆ มีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ทั้งยืน และนั่งประดิษฐานรอบหอพระแก้ว หลายสิบองค์ ผมได้ถ่ายรูปพระพุทธรูปทุกองค์ที่ประดิษฐานรอบหอพระแก้วมาให้ได้ชมกัน แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ ทางลาวไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปพระพุทธรูปที่อยู่ภายในหอพระแก้ว

ภาพพระพุทธรูปบริเวณรอบหอพระแก้ว นครเวียงจันทน์ ประเทศ สปป.ลาว
พระพุทธรูปยืน ปางห้ามสมุทร ศิลปะลาวที่งดงาม และมีเอกลักษณ์ ประดิษฐานอยู่ทางด้านซ้าย บริเวณทางเข้าหอพระแก้ว
พระพุทธรูปยืน ปางห้ามสมุทร ศิลปะลาวที่งดงาม และมีเอกลักษณ์ ประดิษฐานอยู่ทางด้านซ้าย บริเวณทางเข้าหอพระแก้ว

 

พระพุทธรูปรอบหอพระแก้ว
พระพุทธรูปรอบหอพระแก้ว
พระพุทธรูปรอบหอพระแก้ว
พระพุทธรูปรอบหอพระแก้ว
พระพุทธรูปรอบหอพระแก้ว
จารึกภาษาลาวโบราณ ที่ฐานพระพุทธรูปประทับยืน
ยืนถ่ายรูปหน้าหอพระแก้ว
ยืนถ่ายรูปให้เห็นภาพพระพุทธรูป ประทับนั่งรอบหอพระแก้ว
พระพุทธรูปรอบหอพระแก้ว
พระพุทธรูปรอบหอพระแก้ว
พระพุทธรูปรอบหอพระแก้ว
พระพุทธรูปรอบหอพระแก้ว
พระพุทธรูปสำริดยืน
ที่แสดงความงดงามของ
ศิลปะลาวโดยชัดเจน
พระพุทธรูปหินทราย ศิลปะเขมร รอบหอพระแก้ว
พระพุทธรูปยืนรอบหอพระแก้ว
พระพุทธรูปรอบหอพระแก้ว
พระพุทธรูปยืนรอบหอพระแก้ว

บานประตูหอพระแก้ว ที่มีการแกะสลัก
ลงรักปิดทอง อย่างปราณีต งดงาม

พระพุทธรูปยืน ปางรำพึง ประดิษฐานที่ประดู อีกด้านหนึ่งของหอพระแก้ว
พระพุทธรูปยืน ปางห้ามสมุทร