พระพุทธรูปสมัยอู่ทอง

 

พุทธศตวรรษที่ 17 - 20

พระพุทธรูปสมัยอู่ทองยุคต้น (หน้าแก่) พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระนคร

ทางภาคเหนือของประเทศไทย กำลังรุ่งโรจน์ด้วยพุทธิลป์เชียงแสน และสุโขทัยอยู่นั้น ทางภาคกลางแถบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ก็กำลังรุ่งเรืองอยู่กับการสร้างพระพุทธรูป ซึ่งมีชื่อเรียกกันในเวลา
ต่อมาว่า " พระพุทธรูปอู่ทอง" ทั้งสามสกุลที่ได้กล่าวมานี้ สร้างโดยช่างชาวไทยทั้งสิ้น แต่มีลีลาการสร้างงดงามต่างแบบกันไป
นามอันเป็นมงคล
พระพุทธรูปสมัยอู่ทอง
แหล่งที่รวมแห่งธนสารสมบัติ
พระพุทธรูปสมัยเชียงแสน
สินทรัพย์นับแสน
พระพุทธรูปสมัยสุโขทัย
ความสุชพูนทวี

ยิ่งเมื่อคำนึงถึงนามอันเป็นศิริมงคลของทั้งสามสกุลแล้ว จึงมีแต่ความหมายของความเพียบพร้อมไปเสียทุกประการ ทำให้เป็นยอดปราถนาของนักสัะสมตลอดมา เพื่อให้ครบชุด "มหาไตรภาคี" นั่นเอง

พระพุทธรูปอู่ทองได้รับการวิจารณ์จากผู้เชี่ยวชาญทางด้านศิลปะว่าทรงไว้ซึ่งคุณค่ายิ่งกว่า
พระพุทธรูปสมัยอยุธยา และรัตนโกสินทร์ เสมอทัดเทียมกับพระพุทธรูปสกุลสุโขทัย และเชียงแสน แต่มีลักษณะในทางตรงกันข้าม เนื่องจากพระพุทธรูปอู่ทองมีทรวดทรงสำแดงไปในทางแข็งกร้าว พระพักตร์ขึงขัง เป็นอาการที่กำลังเพ่งอยู่ในญานแก่กล้า จะสังเกตุได้จากพระพุทธรูปอู่ทองในยุคต้น ๆ

พุทธลักษณะของพระพุทธรูปสกุลอู่ทองส่วนใหญ่ มีลักษณะพระวรกายสูงชลูด พระพักตร์มีไรพระศกเป็นกรอบรอบวงพระพักตร์ พระหนุป้านเป็นรูปคางคน ชายสังฆาฏิยาวจรดพระนาภี ฐานมักเป็นแบบหน้ากระดานแอ่นเป็นร่องเว้าเข้าไปข้างใน พระพุทธรูปส่วนมากมักสร้างเป็นปางมารวิชัย นั่งสมาธิราบ

พระพุทธรูปจึงเป็นที่นิยมในนักสะสมบางกลุ่มเป็นอย่างยิ่งเนื่องจาก มีพุทธลักษณะที่สร้างขึ้นอย่างง่าย ๆ คล้ายคลึงกับรูปกายของสามัญมนุษย์ และมีท่าทีเข้มแข็งเด็ดขาดดูน่าเกรงขาม

จากแหล่งที่ได้มีการค้นพบพระพุทธรูปสมัยอู่ทอง นักโบราณคดีบางท่านได้สันนิษฐานว่า พระพุทธรูปสมัยอู่ทองได้ถือกำเนิดขึ้นในเขตสุพรรณบุรี ซึ่งแปลจากศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงนามว่า "สุพรรณภูมิ" หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า อู่ทองสุพรรณภูมิ นั่นเอง

ส่วนอีกหลาย ๆ แหล่งที่ได้พบพระพุทธรูปสมัยอู่ทอง คือ จังหวัดกำแพงเพชร ชัยนาท นครสวรรค์ สุโขทัย และพิษณุโลก เป็นที่เชื่อกันว่าพระพุทธรูปอู่ทองได้รับอิทธิพลมากจาก พระพุทธรูปสมัยทวาราวดีรุ่นหลัง พระพุทธรูปสมัยลพบุรี และสุโขทัยตามลำดับ

 

พระพุทธรูปอู่ทองสุพรรณภูมิ

พระพุทธรูปสมัยอู่ทอง แบ่งออกได้เป็น 3 รุ่น ได้แก่

1. พระพุทธรูปอู่ทองหน้าแก่ (รุ่นที่ 1):

อายุการสร้างอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 17 - 18 สันนิษฐานว่าได้รับอิทธิพลมาจาก ทวาราวดี และลพบุรี โดยเฉพาะในส่วนของพระพักตร์ พระพักตร์เป็นสี่เหลี่ยม และยาวกว่าพระพุทธรูปสมัยทวาราวดี พระวรกายคล้ายคลึงกับพระพุทธรูปสมัยลพบุรี

2. พระพุทธรูปอู่ทองหน้ากลาง (รุ่นที่ 2):

อายุการสร้างอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 - 19 สันนิษฐานว่าได้รับอิทธิพลมาจาก สมัยลพบุรีมากยิ่งขึ้น เห็นได้ชัดจากพระพักตร์ ที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมมีไรพระศก พระขนงเป็นเส้นตรง และพระพักตร์แบน ไม่กลมกลึงดั่งเชียงแสน และสุโขทัย สังฆาฏิแข็งกระด้าง และมีขนาดค่อนข้างเขื่อง

3. พระพุทธรูปอู่ทองหน้าหนุ่ม (รุ่นที่ 3):

อายุการสร้างอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 19 - 20 คือเป็นช่วง 100 ปี แรกของการตั้งกรุงศรีอยุธยา เรียกกันโดยทั่วไปว่า พระพุทธรูปอู่ทองหน้าหนุ่ม พุทธลักษณะส่วนใหญ่เหมือนกับอู่ทองรุ่นที่สอง ต่างกันแต่ในส่วนของพระพักตร์เท่านั้น ซึ่งเชื่อกันว่าพระพักตร์ได้รับอิทธิพลมาจากสมัยสุโขทัย เนื่องจากพระพกตร์มีความกลมยาว มีรัศมีเป็นเปลวเพลิง นิ้วพระหัตถ์ก็ทำเรียวงามอ่อนช้อย ดังเช่นพระพุทธรูปแบบสุโขทัยบริสุทธิ์เลยทีเดียว

อิทธิพลของพระพุทธรูปอู่ทองนั้นได้ถ่ายทอดเป็นพระพุทธรูปอยุธยาเวลาต่อมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระพุทธรูปอู่ทองหน้าหนุ่ม สามารถกล่าวได้ว่า เป็นพระพุทธรูปสมัยอยุธยาตอนต้นเลยทีเดียว

Ref: เรื่องจากหนังสือภาพพระพุทธรูป, พิมพ์ครั้งที่ 1 พ.ศ.2512 โดย ประชุม กาญจนวัตน์

ภาพพระพุทธรูปอู่ทองหน้าแก่จากหนังสือภาพพระพุทธรูป, พิมพ์ครั้งที่ 1 พ.ศ.2512 โดย ประชุม กาญจนวัตน์

ภาพพระพุทธรูปอู่ทองสุพรรณภูมิจาก พระเครื่องจักรวาลพระฯ พ.ศ.2544, คุณวรเทพ อุดมรัตนศิลป์

Back